คลายสงสัย...ลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท

221 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คลายสงสัย...ลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท

พูดถึงเรื่องลดหย่อนภาษี เราคุ้นเคยกันดีกับการยื่นสิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปใน 100,000 บาทแรก และเมื่อใช้เต็มสิทธิแล้วก็จบกันไป ไม่ค่อยได้สนใจสิทธิลดหย่อนภาษีอีก 200,000 บาท ทั้งที่ความจริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วยในการขอสิทธิลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วนเต็มที่ 300,000 บาท อย่าง ประกันชีวิตแบบบำนาญ หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ หรือคิดไปว่าค่อยซื้อตอนใกล้เกษียณอายุก็ยังทัน แต่เชื่อเถอะ ว่านี่ถือเป็นอีกหนึ่งแบบประกันที่ให้มากกว่าความคุ้มครอง พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย มาดูกันว่า ประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ยังไงบ้าง เมืองไทยประกันชีวิตมีข้อมูลดีๆ มาฝากเช่นเคย

ประกันชีวิตแบบบำนาญคืออะไร? และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษียังไงบ้าง?

ประกันชีวิตแบบบำนาญ คือแบบประกันที่เน้นผลตอบแทนมากกว่าความคุ้มครอง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแบบประกันสะสมทรัพย์ที่เราคุ้นเคย แต่ความแตกต่างคือประกันสะสมทรัพย์จะจ่ายผลตอบแทนเราในรูปแบบของ “เงินคืน” ซึ่งจะเป็นการทยอยจ่ายคืนให้ระหว่างสัญญา แต่ประกันชีวิตแบบบำนาญ จะไม่มีเงินคืนให้ในช่วงที่อายุยังน้อย แต่จะจ่ายคืนให้เป็นรูปแบบของ “เงินบำนาญ” ทุกๆปี หรือทุกๆเดือน ตั้งแต่เริ่มเกษียณ (อายุ 55 ปีเป็นต้นไป)จนถึงอายุที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญในการยื่นลดหย่อนภาษี มีดังนี้

  • ต้องเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีวงเล็บด้านหลังว่า “บำนาญแบบลดหย่อนได้”
  • ผลประโยชน์จะเริ่มจ่ายเมื่ออายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป จนถึงอายุ 85 ปี หรือมากกว่านั้นฃ
  • ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใดก่อนรับเงินบำนาญ ยกเว้นผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต
  • ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใด ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย หรือวันครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัยปีสุดท้ายก่อนรับเงินบำนาญ
  • การจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญในช่วงรับบำนาญต้องกำหนดจ่ายผลประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ เช่น รายปี รายเดือน เป็นต้นต้องทำประกันกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อนำไปรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วยเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญนั้น สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน



 ลดหย่อนภาษี 200,000 บาทหลัง คู่กับสิทธิลดหย่อนภาษี 100,000 บาทแรก


แบบที่ 1 : ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาทหลัง คู่กับสิทธิลดหย่อนภาษี 100,000 บาทแรก

โดยปกติเราคุ้นเคยกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป และประกันชีวิตและสุขภาพรวมกัน เพื่อขอลดหย่อนภาษีในสิทธิ 100,000 บาท ซึ่งถ้ารวมกับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (แบบลดหย่อนภาษีได้) ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทแล้ว เราก็จะสามารถใช้สิทธิได้สูงสุดถึง 300,000 บาท แต่ในกรณีนี้มีข้อแม้ว่า การใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ รู้แบบนี้แล้ว ลองหาแบบประกันบำนาญที่เหมาะกับเรา แล้วสมัครเพื่อรับทั้งความคุ้มครองและผลประโยชน์กันดีกว่า

 

 
 หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท

แบบที่ 2 : หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท

         สำหรับใครที่ยังสงสัย ไม่มีประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ แต่สนใจอยากซื้อแบบประกันชีวิตแบบบำนาญไว้เพื่อลดหย่อนภาษี สามารถทำได้หรือไม่? คำตอบคือสามารถทำได้ และสามารถนำเบี้ยของประกันชีวิตแบบบำนาญไปหักลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียวได้สูงสุดถึง 300,000 บาท  นั่นคือใช้สิทธิลดหย่อนภาษีทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และ 200,000 บาทหลัง ซึ่งหากรวมกับสิทธิลดหย่อนในส่วนอื่นๆ แล้ว ก็จะทำให้เราได้รับผลประโยชน์ที่น่าพอใจมากขึ้นอีกด้วย


 

 ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และสิทธิลดหย่อน 200,000 บาทหลัง

แบบที่ 3 : ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งในส่วนของ 100,000 บาทแรก และสิทธิลดหย่อน 200,000 บาทหลัง

         ถ้าประกันชีวิตทั่วไปที่เรามี ใช้สิทธิลดหย่อนแล้วยังไม่ครบ 100,000 บาทแรก เราสามารถนำเบี้ยของประกันชีวิตแบบบำนาญขอลดหย่อนรวมเข้าไปในส่วนนี้ได้ และยังสามารถนำมาขอสิทธิลดหย่อนภาษีในส่วนของ 200,000 บาทหลัง ของเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้ในจำนวนเต็มอีกเช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่า ที่ให้เราได้รับทั้งความคุ้มครอง และผลประโยชน์ระยะยาวหลังเกษียณ

นอกจากเรื่องผลตอบแทนในรูปแบบเงินบำนาญในช่วงเกษียณแล้ว ประกันชีวิตแบบบำนาญ (แบบลดหย่อนภาษีได้) ก็ยังสามารถใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย และหากเราอยากได้รับผลประโยชน์ต่างๆ ได้เต็มประสิทธิภาพ ก็ควรเริ่มต้นวางแผนเอาไว้แต่เนิ่นๆ จะได้ลดความเสี่ยงเรื่องของการเงินในชีวิตบั้นปลาย ทั้งยังสามารถเลือกรับความคุ้มครองที่ตรงใจ ตรงกับเป้าหมายในอนาคตที่เราวางไว้ เมืองไทยประกันชีวิตจึงขอแนะนำ เมืองไทย 9960 ที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งยังการันตีรายได้หลังเกษียณแม้ไม่ได้ทำงานรับเงินบำนาญ ปีละ 12%(1) รวมสูงสุด 480%(2) ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้(3) ความคุ้มครองชีวิต ในช่วงก่อนรับบำนาญ 100%(4)
เลือกรับเงินบำนาญเป็น รายปีหรือรายเดือน ก็ได้ รีไทร์อุ่นใจ เพราะได้รีเทิร์นแบบชัวร์ๆ มีเงินใช้หลังเกษียณทุกปี


(1) เป็น % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญาโดยเริ่มจ่ายเงินบำนาญตั้งแต่ผู้เอาประกันภัยครบอายุ 60 ปี ไปจนถึงวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 99 ปี 
(2) เป็น % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มทำสัญญา
(3) เงื่อนไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพกร
(4) เป็น % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา หรือมูลค่าเวนคืนในขณะนั้น (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า)

หมายเหตุ

ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

ตารางตัวอย่างการจ่ายผลประโยชน์ แบบบำนาญ เมืองไทย 9960 เพศหญิง อายุ 35 ปี

สนใจดูแบบประกันบำนาญอื่นๆ เพิ่มเติม  https://www.muangthaiplanner.com/retirement

 



 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com